การปลูกถั่วเขียว

posted on 08 Sep 2008 17:36 by mygirl121

การปลูกถั่วเขียว

พันธุ์

ถั่วเขียวเป็นพืชไร่ที่มีอายุสั้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย สามารถปลูกได้ตลอดปี คือ ฤดูแล้งหลังการทำนาปี ต้นฤดูฝน และปลายฤดูฝนหลังเก็บเกี่ยวพืชไร่หลักเช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ปอ เป็นต้น พื้นที่ปลูกถั่วเขียวในแต่ละปี ประมาณ 3 ล้านไร่ และ 3 ใน 4 เป็นพื้นที่ปลูกถั่วเขียวผิวมัน ซึ่งมีแหล่งปลูกที่สำคัญคือ เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ขอนแก่น ชัยภูมิ เป็นต้น โดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นการปลูกถั่วเขียวปลายฤดูฝน ส่วนถั่วเขียวผิวดำมีแหล่งปลูกอยู่ที่ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พิจิตร อุทัยธานี ลพบุรี กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์

พันธุ์แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1. ถั่วเขียวผิวมัน ได้แก่ พันธุ์อู่ทอง 1 กำแพงแสน 1 ชัยนาท 60 และ 36, มอ. 1 เป็นต้น

2. ถั่วเขียวผิวดำ ได้แก่ พันธุ์อู่ทอง 2 และพิษณุโลก 2 ซึ่งมีตลาดรับซื้อจำกัดกว่าถั่วเขียวผิวมัน

ลักษณะประจำพันธุ์ถั่วเขียวผิวมัน

1. พันธุ์อู่ทอง 1 ฝักแก่สีดำและค่อนข้างยาว ไม่แตกง่าย เมล็ดสีเขียวมัน อายุเก็บเกี่ยว 60-70 วัน ให้ผลผลิต 165 กิโลกรัม/ไร่ ไม่ต้านทานโรคใบจุด จึงควรปลูกในฤดูแล้ง ลักษณะเด่น ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้กว้าง และทนทานต่อสภาพดินด่าง เช่น ดินชุดตาคลี (ความเป็นกรด-ด่างของดิน 7-8) ลักษณะด้อย ฝักอยู่ในทรงพุ่มทำให้มีปัญหาเวลาเก็บเกี่ยวอ่อนแอต่อโรคใบจุดและราแป้ง และการหักล้มของลำต้นค่อนข้างสูง

2. พันธุ์กำแพงแสน 1 ฝักแก่สีดำ เมล็ดสีเขียวมัน อายุเก็บเกี่ยว 65-75 วัน ให้ผลผลิต 202 กิโลกรัม/ไร่ สามารถปลูกได้ตลอดปีในเขตชลประทาน ลักษณะเด่น ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้กว้าง ฝักอยู่เหนือทรงพุ่ม ต้านทานต่อการหักล้ม ต้านทานต่อโรคใบจุดและราแป้งปานกลาง ลักษณะด้อย ให้ผลผลิตค่อนข้างต่ำเมื่อปลูกในดินด่าง

3. พันธุ์กำแพงแสน 2 ฝักแก่สีดำ เมล็ดสีเขียวมัน อายุเก็บเกี่ยว 65-75 วัน ให้ผลผลิต 189 กิโลกรัม/ไร่ สามารถปลูกได้ตลอดปี ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์กำแพงแสน 1 เมื่อปลูกในฤดูแล้งนอกเขตชลประทาน ลักษณะเด่น ฝักอยู่เหนือทรงพุ่ม ต้านทานต่อการหักล้มในระดับสูงต้านทานต่อโรคใบจุดและราแป้ง ลักษณะด้อย ให้ผลผลิตต่ำเมื่อปลูกในดินด่าง

4.พันธุ์ชัยนาท 60 ฝักแก่สีดำ เมล็ดสีเขียวมัน อายุเก็บเกี่ยว 55 วัน เป็นพันธุ์อายุสั้น แต่ฝักแก่จะแตกง่าย จึงควรปลูกในฤดูฝนให้ผลผลิต 175 กิโลกรัม/ไร่ ลักษณะเด่น อายุเก็บเกี่ยวสั้น ฝักอยู่เหนือทรงพุ่ม ทนทานต่อสภาพดินด่าง ลักษณะด้อย อ่อนแอต่อโรคราแป้ง และฝักแก่จะแตกง่าย

5. พันธุ์ชัยนาท 36 ฝักแก่สีดำ ฝักดก เมล็ดสีเขียวมัน อายุเก็บเกี่ยว 67 วัน สามารถปลูกได้ตลอดปี ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์อื่น ๆ ลักษณะเด่น ให้ผลผลิตในทุกสภาพสูงกว่าพันธุ์มาตรฐานอื่น แม้แต่ปลูกในดินด่าง เมล็ดมีขนาดใหญ่และติดฝักดก ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาลปานกลาง และเมื่อนำเมล็ดไปเพาะจะได้ต้นถั่วงอกสีขาวตามความต้องการของตลาด

การเปรียบเทียบลักษณะประจำพันธุ์ของถั่วเขียวผิวมันพันธุ์ต่าง ๆ ให้ผลดังนี้

ลักษณะ ชัยนาท 36 ชัยนาท 60 กำแพงแสน 1 กำแพงแสน 2
ผลผลิต(กก./ไร่) 216 202 208 193
น้ำหนัก 1,000 เมล็ด(กรัม) 72.6 62.1 69.4 65.9
อายุเก็บเกี่ยว(วัน) 67 60 67 67
ความสูงของต้น(ซม.) 51 50 56 52
จำนวนเมล็ดต่อฝัก 11 10 11 12
คะแนนการเป็นโรคใบจุด 1.2 2.5 1.4 0.3

ที่มา : ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท, 2531

ลักษณะประจำพันธุ์ ถั่วเขียวผิวดำ

ถั่วเขียวผิวดำ มีพันธุ์ที่ใช้แนะนำส่งเสริม 2 พันธุ์ คือ พิษณุโลก 2 และอู่ทอง 2 ซึ่งมีข้อเปรียบเทียบลักษณะต่าง ๆ ระหว่างพันธุ์พิษรุโลก 2 กับ พันธุ์อู่ทอง 2 ดังนี้ (การเปรียบเทียบลักษณะต่าง ๆ ระหว่างถั่วเขียวผิวดำ 2 พันธุ์)

ลักษณะ พันธุ์พิษณุโลก 2 พันธุ์อู่ทอง 2
ขนาดใบ ปานกลาง ใหญ่
การล้ม ปานกลาง มาก
อายุดอกบาน (วัน) 33 39
อายุเก็บเกี่ยว (วัน) 77 86
ความสูง 57 72
เมล็ดต่อฝัก 7 7
นน. 1,00 เมล็ด (กรัม) 50 44
ผลผลิต (กก./ไร่)
-ฤดูแล้ง (ม.ค.) 190 171
-ฤดูฝน (ส.ค.) 229 238
องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด (% ต่อน้ำหนัก)
แป้ง 43 40
โปรตีน 24.8 26.6
เยื่อใย 4.0 5.8
น้ำตาล 5.4 4.0


ข้อจำกัดของการปลูกถั่วเขียวผิวดำในนาข้าวหลังเก็บเกี่ยวข้าว

การเลือกพื้นที่ เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีระดับต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวจัดระบายน้ำไม่ดี เนื่องจากการที่ต้นถั่วจะมีการเจริญเติบโตไม่ดี ต้นเตี้ยแคระแกรน แสดงอาการใบเหลืองและให้ผลผลิตต่ำ สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมควรเป็นพื้นที่ราบเรียบและลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียวเพื่อสะดวกในการทดน้ำและระบายน้ำ หากเกษตรกรไม่สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เป็นดินเหนียวจัดได้ควรยกร่องปลูก เพื่อสะดวกในการระบายน้ำออกจากแปลง

ช่วงเวลาปลูก การปลูกถั่วเขียวผิวดำในฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าว นอกจากจะช่วยประหยัดการใช้น้ำแล้ว ยังสามารถช่วยลดการเข้าทำลายของเชื้อราที่ติดไปกับเมล็ดได้อีกด้วย ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงตามความต้องการของตลาดโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนำเมล็ดถั่วเขียวผิวดำในฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าวมีเปอร์เซ็นต์ของเชื้อราติดไปกับเมล็ดน้อยมาก เกษตรกรสามารถปลูกถั่วเขียวผิวดำได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งถ้าหากปลูกล่าช้าเกินไปถึงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมจะทำให้ได้ผลิตต่ำและคุณภาพเมล็ดไม่ดี เนื่องจากในช่วงติดดอกและสร้างฝักจะมีอุณหภูมิสูง ทำให้ดอกและฝักร่อง และในช่วงเก็บเกี่ยวมีฝนตกฝั่งถั่วเขียวจะถูกฝนทำให้เกิดเชื้อรา เกษตรกรบางท้องที่ โดยเฉพาะเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ควรหลีกเลี่ยงการปลูกถั่วเขียวผิดดำในฤดูแล้งเนื่องจากต้นถั่วเมื่อได้รับอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสในระยะแรกจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโต จะสังเกตเห็นต้นอ่อนไม่เจริญเติบโต คงมีแต่ใบเลี้ยง 2 ใบขนาดใหญ่ หนา และเขียวคล้ำกว่าปกติ ถึงแม้ว่าอากาศในระยะต่อไปจะร้อยขึ้น ส่วนยอดของถั่วก็จะไม่ฟื้นตัวและไม่เจริญเติบโตตามปกติ

พันธุ์ ควรเลือกใช้พันธุ์แนะนำที่ให้ผลผลิตสูงโดยเฉพาะพันธุ์พิษณุโลก 2 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีทรงพุ่มโปร่ง ตั้งตรง ขนาดเมล็ดโตและให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง 2 ประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปลูกในฤดูแล้งและมีอายุเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 80 วัน การเตรียมดิน เกษตรกรสามารถปลูกถั่วเขียวผิวดำได้ทั้งในสภาพที่ไถพรวนและไม่ไถพรวน ในสภาพดินที่เป็นดินร่วนปนทราย การปลูกถั่วเขียวผิวดำโดยไม่ไถพรวนให้ผลผลิตใกล้เคียงกับการไถพรวนตามปกติ แต่ข้อจำกัดของวิธีการไม่ไถพรวนคือ เกษตรกรจะต้องควบคุมวัชพืชได้โดยเฉพาะลูกข้าว สำหรับวิธีการไถพรวนจะเหมาะสำหรับการปลูกในสภาพดินค่อนข้างเหนียว แต่ควรปลูกแบบยกร่องเพื่อระบายน้ำได้ดี

วิธีปลูก การปลูกถั่วเขียวผิวดำในฤดูแล้ง โดยเฉพาะพันธุ์พิษณุโลก 2 เกษตรกรควรเพิ่มอัตราปลูกให้สูงกว่าการปลูกในฤดูฝน เนื่องจากพิษณุโลก 2 เป็นพันธุ์ที่มีทรงพุ่มแคบ และในฤดูแล้งต้นถั่วเขียว มีการเจริญเติบโตทางลำต้นน้อยและไม่ทอดยอด ดังนั้นการปลูกโดยวิธีโรยเป็นแถว ระยะระหว่างแถว 50 เซ็นติเมตรถอนแยกให้เหลือ 20 ต้นต่อแถวยาว 1 เมตร หรือ 64,000 ต้นต่อไร่ สำหรับการปลูก โดยวิธีหว่านควรใช้เมล็ดอัตราประมาณ 5-7 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับการใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทก่อนงอกหรือหลังงอก จึงจะให้ผลผลิตสูงใกล้เคียงกับการปลูกเป็นแถว

การกำจัดวัชพืช วัชพืชเป็นปัญหาที่สำคัญทำให้ผลผลิตลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ การให้น้ำชลประทานจะทำให้มีวัชพืชมากโดยเฉพาะข้าวที่ตกหล่นหลังเก็บเกี่ยวข้าว เกษตรกรจะต้องกำจัดลูกข้าวก่อนที่จะปลูกถั่วเขียวผิวดำ ซึ่งสามารถกำจัด โดยการเผาตอซังหรือการไถเตรียมดินและปล่อยน้ำเข้าแปลงทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์เพื่อให้เมล็ดข้าวงอกขึ้นมา หลังจากนั้นก็ทำการไถกลบ สำหรับการใช้สารกำจัดวัชพืชเกษตรกรควรฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืช ประเภทก่อนงอกทันทีหลังปลูก เช่น ดูอัลหรือแอลสโซ่ในอัตราแนะนำ สามารถควบคุมวัชพืชจำพวกใบแคบได้ดียกเว้นแห้วหมู หรืออาจจะใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทหลังงอกฉีดพ่นในระยะหลังงอก นอกจากนี้เกษตรกรสามารถกำจัดวัชพืชด้วยวิธีการดายหญ้าประมาณ 1-2 ครั้ง โดยเข้าไปดายหญ้าครั้งแรกเมื่อถั่วเขียวอายุได้ 2 สัปดาห์หลังงอก

การให้น้ำชลประทาน ถั่วเขียวผิวดำต้องการน้ำมากกว่าถั่วเขียวผิวมันเนื่องจากมีอายุยาวกว่า การปลูกถั่วเขียวผิวดำ โดยให้น้ำเพียงครั้งเดียวก่อนปลูกจะทำให้ผลผลิตลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ดังน้นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับปลูกถั่วเขียวผิวดำในฤดูแล้ง จึงควรอยู่ในเขตโครงการส่งน้ำชลประทาฯหรือมีบ่อบาดาลน้ำตื้นหรือเขตสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งเกษตรกรสามารถจะให้น้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะในระยะออกดอกและสร้างฝักอ่อน ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตของถั่วเขียวผิวดำ

ฤดูปลูก

ฤดูปลูก แบ่งได้ 3 ฤดู คือ

1. ต้นฤดูฝน ปลูกในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม คิดเป็นผลผลิตประมาณร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งปี เป็นการปลูกก่อนทำนาหรือพืชไร่อื่น

2. ปลายฤดูฝน ปลูกในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน คิดเป็นผลผลิตประมาณร้อยละ 80 ของผลผลิตทั้งปี พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ดอน เป็นการปลูกหลังเก็บเกี่ยวพืชไร่หลัก เช่น ข้าวโพด ผลผลิตที่ได้ค่อนข้างสูงและเมล็ดมีคุณภาพดี

3. ฤดูแล้ง จะปลูกในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว โดยอาศัยความชื้นในดิน ถ้าเก็บเกี่ยวข้าวช้าความชื้นในดินเหลือน้อย ควรมีการให้น้ำ 1-2 ครั้ง ควรระวังเรื่องอุณหภูมิ เพราะถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ถั่วเขียวจะชะงักการเจริญเติบโต ควรรอให้อุณหภูมิสูงกว่านี้จึงค่อยปลูก โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ควรปลูกหลังจากอากาศหนาวหมดไปแล้ว คือประมาณเดือนกุมภาพันธ์
หมายเหตุ สำหรับถั่วเขียวผิวดำพันธุ์พิษณุโลก 2 เมื่อปลูกในฤดูแล้งจะให้ผลผลิตสูง ส่วนพันธุ์อู่ทอง 2 ปลูกในฤดูฝนจะให้ผลผลิตสูง

ดินที่เหมาะสม

ดินที่เหมาะสม ดินที่เหมาะสมกับถั่วเขียวคือดินเหนียวหรือร่วนเหนียวเกาะตัวกันเป็นโครงสร้างที่โปร่ง ถ่ายเทอากาศและระบายน้ำได้ดี หน้าดินลึกมีอินทรียวัตถุสูงความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ระหว่าง 6.5-7 และไม่มีน้ำขัง การเตรียมดินที่ดีทำให้เมล็ดงอกงามได้เร็วและช่วกยำจัดวัชพืช ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวหรือหินฟอสเฟต 100-200 กิโลกรัม/ไร่ โดยหว่านพ้อมกับการไถพรวนดิน

วิธีปลูก

วิธีปลูก ก่อนปลูกควรทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ ถ้ามีความงอกต่ำกว่าร้อยละ 80 ควรเพิ่มจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่จะใช้ปลูกให้มากขึ้น วิธีปลูกทำได้ 2 แบบคือ

1. ปลูกแบบหว่าน ควรเตรียมแปลงปลูกให้ดีแล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ให้สม่ำเสมอ มิฉะนั้นผลผลิตจะต่ำ คุณภาพเมล็ดลดลง การหว่านที่เหมาะสมคือใช้เมล็ดพันธุ์ 4-5 กิโลกรัม หว่านอย่างสม่ำเสมอในเนื้อที่ 1 ไร่ (แต่ถ้าใช้พันธุ์ชัยนาท 60 ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 7 กิโลกรัม/ไร่)

2. ปลูกแบบเป็นแถว ใช้ระยะแถว 50 เซนติเมตร ระยะหลุม 20 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 3-4 เมล็ด หรือจะโดยเป็นแถวหลังจากงอกแล้วถอนให้เหลือ 15-20 ตัน/แถวยาว 1 เมตร (แต่ถ้าเป็นพันธุ์ชัยนาท 60 ถอนให้เหลือ 20-30 ต้น/เมตร)

การคลุกเชื้อไรโซเบียม

เพื่อเพิ่มผลผลิตของถั่วเขียวก่อนปลูกควรคลุมเมล็ดพันธุ์ด้วยเชื้อไรโซเบียม โดยใช้เชื้อไรโซเบียมสำหรับถั่วเขียวในอัตรา 1 ถึง (200 กรัม) คลุมเมล็ดพันธุ์ 5-7 กิโลกรัม (สำหรับปลูกได้ 1 ไร่) โดยเคล้าเมล็ดถั่วเขียวด้วยน้ำหรือแป้งเปียกใส่ให้ทั่ว เทเชื้อไรโซเบียมลงคลุมกับเมล็ดพันธุ์ให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ แล้วนำไปปลูกทันทีและเมื่อ หยอดเมล็ดแล้วควรกลบดินทันทีเพื่อมิให้เชื้อไรโซเบียมถูกแดดเผาเพราะจะทำให้เชื้อตายได้

การใส่ปุ๋ย

ใช้ปุ๋ย 12-24-12 อัตรา 20-30 กิโลกรัม/ไร่ หรือ 16-20-0 อัตรา 20-25 กิโลกรัม/ไร่ โดยเปิดร่องให้ลึก 6-8 นิ้ว โรยปุ๋ยทั้งหมดที่ก้นหลุมแล้วกลบด้วยดิน แล้วจึงหยอดเมล็ดลงไปกลบดินบาง ๆ ให้เมล็ดถั่วอยู่ใต้ผิวดิน 1-2 นิ้ว เมื่อต้นถั่วงอกออกมาจะใช้ปุ๋ยทันที

การกำจัดวัชพืช

ใช้สารเคมีประเภทควบคุมวัชพืชชนิดก่อนงอก เช่น แลสโซหรือดูอัล โดยพ่นทันทีหลังปลูกถั่วเขียวเสร็จ และก่อนถั่วจะออกดอกใช้แรงคนดายหญ้า 1-2 ครั้งก็เพียงพอ

ในขณะเตรียมดิน ควรไถ 2 ครั้ง ไถครั้งแรกแล้วตากดินทิ้งไว้ 10-15 วัน เพื่อทำลายวัชพืช แล้วจึงไถอีกครั้งหนึ่ง

โดยปกติการปลูกถั่วเขียวแบบหว่านเกษตรกรจะไม่กำจัดวัชพืชเลย ในระยะเดือนแรกหลังจากปลูกแล้ว ถั่วเขียวจะเจริญเติบโตช้ากว่าวัชพืช ทำให้วัชพืชแย่งน้ำอาหารและแสงแดด ทำใหัถั่วเขียวเจริญเติบโตไม่ดีและผลผลิตลดลง ดังนี้น การปลูกถั่วเขียว เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงต้องคำนึงถึงปัญหาวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ทุก 15 วัน หลังจากปลูกจากนี้แล้วถั่วเขียวจะเจริญเติบโต อย่างรวดเร็วจนพุ่มใบชนกันจึงไม่จำเป็นต้องกำจัดวัชพืชอีก

โรคและแมลงศัตรูถั่วเขียว

โรคถั่วเขียวที่สำคัญ และการป้องกันกำจัด มีดังนี้

1. โรครากและโคนเน่า โรคนี้เกิดกับถั่วเขียวตั้งแต่ระยะต้นกล้าไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว เกิดได้ทั้งในช่วงฝนชุกและฝนแล้ง ซึ่งมีลักษณะอาการดังนี้

1.1 ในช่วงฝนชุก บริเวณที่เป็นโรคจะเน่ามีสีน้ำตาลอ่อนและ จะเห็นเส้นใยละเอียดสีขาวฟูขึ้นมาจากส่วนที่เกิดโรค

1.2 ในช่วงแล้ง บริเวณโคนต้นหรือรากพืชที่เป็นโรคจะมีสีน้ำตาลมีเส้นใยสีขาวหยาบ ๆ ติดอยู่กับโค้นต้นหรือรากพืช การป้องกันกำจัด หากมีโรคโคนเน่าระบาด ควรคลุมเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารเคมีเอพรอน 35% อัตรา 5 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม หรือคลุมด้วยไวตาแวซ์ อัตรา 3 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม หรือพ่นด้วยเทอราคลอร์เมื่อมีการระบาดของโรค ควรเก็บต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย รวมทั้งการเตรียมดินให้มีการระบายน้ำดีจะช่วยป้องกันโรคน้ำได้อีกทางหนึ่ง

2. โรคใบจุด โรคนี้จะระบาดมากในฤดูฝน จะเป็นกับต้นถั่วระยะก่อนจะเริ่มมีดอก ทำให้ผลผลิตเสียหาย ถ้าเป็นระยะที่ถั่วสร้างเมล็ดแล้วไม่ทำให้ผลผลิตเสียหายมากนัก การป้องกันกำจัด ถ้าพบโรคใบจุดระบาดมากควรพ่นด้วยสารเคมีเบนเลท หรือ ทอปซิน อัตรา 1-2 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 10 วัน ประมาณ 2-3 ครั้ง

3. โรครากดำ ระบาดในระยะแก่ใกล้เก็บเกี่ยว ทำให้ถั่วที่เป็นโรคแก่ก่อนแปลงที่ไม่เป็นโรค เมล็ดลีบไม่สมบูรณ์มีผลกระทบต่อผลผลิตได้มาก อาการเริ่มต้นคือ ใบสีเหลืองซีดแล้วแห้งกรอบ เมื่อเป็นมากจะยืนต้นตาย เมื่อถอนต้นถั่วขึ้นมาดู จะพบว่าบริเวณรากจะมีเมล็ดคล้ายผงถ่านสีดำมองเห็นด้วยตาเปล่า เชื้อราจะเข้าทำลายจากปลายรากฝอยลามขึ้นมาสู่ระบบรากที่เหนือขึ้นมา การป้องกันกำจัด

3.1 เตรียมดินให้ดี มีการระบายน้ำดีอย่าให้มีน้ำขังในแปลงปลูก

3.2 ปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อป้องกันเชื้อราอาศัยอยู่ในเศษซากพืชและสะสมในดิน

3.3 ถอนต้นที่เป็นโรคและเผาทิ้งทันทีที่พบ

3.4 คลุมเมล็ดก่อนปลูกด้วยสารเคมี เช่น แคปแทน อัตรา 2.5 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม

แมลงศัตรูถั่วเขียว

แมลงศัตรูถั่วเขียวที่สำคัญและการป้องกันกำจัด มีดังนี้

1. หนอนแมลงวันเจาะลำต้น เริ่มทำลายตั้งแต่ถั่วเขียวมีใบจริงคู่แรก และเป็นอันตรายมากที่สุดเมื่อต้นยังเล็ก ตัวหนอนจะไชชอนและกัดกินภายในลำต้น ในแหล่งที่ปลูกเป็นประจำควรปลูกถั่วเขียวให้เร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาด การป้องกันกำจัดด้วยสารเคมีกำจัดแมลง ควรพ่นด้วยสารประเภทดูดซึม เช่น คาร์โบซัลแฟน 20% อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

2. หนอนเจาะดอกและฝัก เข้าทำลายตั้งแต่ระยะเป็นดอกจนถึงฝักเริ่มแก่ โดยเจาะฝักอ่อนเล็ก ๆ ภายในดอก เมื่อเป็นฝักก็จะกินเมล็ดภายในฝักทำให้กำจัดได้ยาก ควรตราวจดูอยู่เสมอเมื่อ ถั่วออกดอกเป็นแมลงที่สำคัญที่สุดของถั่วเขียวผิวมันและผิวดำในปัจจุบันทำให้ผลผลิตเสียหายเกือบ 100% ตัวหนอนไชชอนเข้าไปกัดกินภายในดอกและฝัก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการป้องกัน ฉะนั้นในแหล่งที่มีแมลงศัตรูนี้ระบาดอยู่เป็นประจำควรหมั่นดูแลถั่วอยู่เสมอ โดยเฉพาะในระยะออกดอก หากพบการทำลายเฉลี่ยมากกว่า 1 ดอกต่อถั่ว 1 ต้น ควรพ่นด้วยโมโนโครโตฟอส 56% อัตรา 40-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือไซฮาโลทริน แอล 5% อัตรา 10 ซีซ๊ ต่อน้ำ 20 ลิตร

3. หนอนกินใบ ได้แก่ หนอนกระทู้ผัก หนอนม้วนใบ ระบาดมากในฤดูแล้ง กัดกินใบ เมื่อต้นถั่วยังเล็กอยู่ทำให้ต้นถั่วตายได้ การป้องกันกำจัด ใช้โมโนโครโตฟอส (อโซดริน) อัตรา 30-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เมื่อใบถั่วถูกทำลายถึง 30% ขณะยังเล็กอยู่

4. เพลี้ยไฟ ระบาดมากในฤดูแล้งหรือมีช่วงแล้งนาน ๆ จะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบและยอดต้นถั่วทำให้ประสิทธิภาพในการปรุงอาหารลดลง ดอกจึงร่วงง่าย ใบหงิกงอ ตนแคระเกร็น

การป้องกันกำจัด ใช้ไตรอโซฟอส (ฮอสตาธีออน) อัตรา 50-60 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

5. ไรขาว มักทะลายระยะถั่วออกดอก ทำให้ใบที่เกิดใหม่เล็กผิดปกติ หยาบกร้านและยอดหด

การป้องกันกำจัด ใช้สารโมโนโครโตฟอส (อโซดริน) พ่น 2-3 ครั้ง ทุก ๆ 7 วัน ระยะถั่วออกดอกถึงติดฝักอ่อนเมื่อใบถูกทำลายถึง 30%

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ เมล็ดที่จะเก็บไว้ทำพันธุ์ ควรตากแดดให้แห้งสนิทแล้วเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เก็บไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้ดี จะสามารถเก็บไว้ทำพันธุ์ข้ามปีได้ โดยความงอกไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

คุณค่าทางอาหารและประโยชน์ของถั่วเขียว

ประเภท โปรตีน(%) แป้ง(%) ไขมัน(%)
เมล็ดถั่วเขียว 23.4 64.0 1.2
แป้งถั่วเขียว 0.2 85.5 0.2
ถั่วงอก 3.8 6.6 0.2
วุ้นเส้น 0.13 82.9 0.6

ที่มา : วิมลศีร เทวะผลิต กองเกษตรเคมี, กรมวิชาการเกษตร ตามตารางข้างบนนี้ สามารถจำแนกคุณประโยชน์ของถั่วเขียวได้ดังนี้

1. นำไปทำเป็นแป้งถั่วเขียว ซึ่งเป็นแป้งชั้นดี สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

2. เป็นแหล่งอาหารโปรตีนได้ โดยใช้แทนอาหารโปรตีนในกรณีที่ขาดแคลนเนื้อสัตว์

3. มีปริมาณไวตามินและเกลือแร่หลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียมฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก

4. ใช้เพาะถั่วงอก ซึ่งนำมาประกอบอาหารกันแทบทุกครัวเรือนรวมไปถึงร้านอาหาร ซึ่งต้องใช้ถั่วงอกปรุงอาหารในปริมาณมากในแต่ละวัน ดังนั้น ถั่วเขียวจึงนับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ต้องการบริโภคอย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งนับวันก็จะเพิ่มความต้องการบริโภคมากขึ้น จึงนับเป็นพืชอย่างหนึ่งที่มีคุณค่า และสนับสนุนให้ปลูกกันมากยิ่งขึ้น

การเก็บเกี่ยวและนวด

เมื่อฝักถั่วเขียวเปลี่ยนเป็นสีดำจำนวนมากแล้ว จึงทำการเก็บเกี่ยวพันธุ์ถั่วเขียวที่แนะนำสามารถรอให้แก่พร้อม ๆ กันแล้วเก็บครั้งเดียวหรือจะเก็บ 2-3 ครั้งก็ได้ โดยใช้เคียวเกี่ยวทั้งต้นนำมาตากแดดให้แห้งกรอบจะ ทำให้สะดวกต่อการนวดหรือเก็บเฉพาะฝักแก่แล้วนำมาตากให้แห้งสนิท จึงทำการนวดต่อไปต้องระวังอย่าให้ฝักหรือเมล็ดถูกฝนเพราะคุณภาพเมล็ดจะไม่ดี และควรหลีกเลี่ยงการตากบนลานดินที่มีความชื้นสูง เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

สำหรับถั่วเขียวผิวดำ ควรเก็บเกี่ยวเมื่อมีฝักแก่ 90% ซึ่งถั่วจะมีอายุประมาณ 77-80 วัน ไม่ควรทิ้งไว้ในแปลงนานจะทำให้คุณภาพต่ำและติดเชื้อรา ซึ่งเมือนำไปเพาะเป็นถั่วงอกแล้ว ทำให้ถั่วงอกเน่า การนวดอาจจะใช้ไม้ฝาดใช้วัว-ควายย่ำ หรือใช้เครื่องนวดก็ได้

ถั่วเขียวผิวดำพันธุ์พิษณุโลก 2

ถั่วเขียวผิวดำพันธุ์พิษณุโลก 2 (ชื่อเดิม พี.ไอ. 288603) เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับจากแหล่งรวบรวมพันธุ์ของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย เมื่อปี พ.ศ. 2520 มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย หลังจากการคัดเลือกหลายชั่วจนได้สายพันธุ์ดีแล้วจึงนำเข้าประเมินผลผลิตตามขั้นตอนต่างๆ จนถึงทดสอบในไร่เกษตรกรในแหล่งปลูกถั่วเขียวผิวดำหลายท้องที่ พบว่าเป็นพันธุ์ที่มีลักษณะดีและได้รับการพิจารณารับรองให้เป็นพันธุ์แนะนำจากกรมวิชาการเกษตร เมื่อปี พศ 2533 เป็นต้นมา

ลักษณะดีเด่น

1. ขนาดเมล็ดใหญ่

2. ทรงต้นโปร่ง ตั้งตรง ไม่เลื้อย

3. อายุเก็บเกี่ยวสั้น

4. ผลผลิตสูงเมื่อปลูกในฤดูแล้ง

5. ฝักไม่แตกง่าย


ถั่วเขียวผิวดำพันธุ์พิษณุโลก 2
แหล่งปลูก

แหล่งปลูกถั่วเขียวผิวดำพันธุ์อื่นๆ ที่สำคัญและเป็นแหล่งปลูกถั่วเขียวผิวดำพันธุ์พิษณุโลก 2 ได้แก่ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์

ฤดูปลูก

ช่วงปลูกที่เหมาะสม คือ

ฤดูแล้ง ควรปลูกในช่วงระหว่าง 1-15 มกราคม (หลังเก็บเกี่ยวข้าว)

ฤดูฝน ควรปลูกในช่วงระหว่าง 1-30 สิงหาคม (หลังเก็บเกี่ยวข้าวโพด

ลักษณะประจำพันธุ์

เปรียบเทียบลักษณะต่างๆ ระหว่างพันธุ์พิษณุโลก 2 กับ พันธุ์อู่ทอง 2

ลักษณะ พันธุ์พิษณุโลก 2 พันธุ์อู่ทอง 2
ขนาดใบ ปานกลาง ใหญ่
การล้ม ปานกลาง มาก
อายุดอกบาน (วัน) 33 39
อายุเก็บเกี่ยว (วัน) 77 86
ความสูง (ซม.) 57 72
เมล็ดต่อฝัก 7 7
นน. 1,000 เมล็ด (กรัม) 50 44
ผลผลิต (กก./ไร่)
    - ฤดูแล้ง (ม.ค.)
190 171
    - ฤดูฝน (ส.ค.)
229 238

องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด (% ต่อน้ำหนัก)

แป้ง 43 40
โปรตีน 24.8 26.6
เยื่อใย 4.0 5.8
น้ำตาล 5.4 4.0

วิธีปลูกและอัตราปลูก

- โรยเป็นแถว ระยะแถว 50 ซม. จำนวน 20 ต้นต่อแถว ยาว 1 เมตร จะได้จำนวน 64,000 ต้น/ไร่

- หว่าน ใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตรา 5-7 กก./ไร่

- การปลูกในนาตามหลังข้าว ต้องให้น้ำจนถึงเริ่มมีฝักแก่ หรือประมาณ 2 เดือน และควรมีร่องสำหรับระบายน้ำ

การดูแลรักษา

วัชพืชทำให้ผลผลิตลดถึง 40% จึงควรมีการกำจัดวัชพืช ถ้าปลูกเป็นแถว ควรมีการดายหญ้า 1-2 ครั้ง หรือใช้สารเคมีประเภทก่อนงอก เช่น แอสโซหรือดูอัล พ่นคุมหลังจากปลูก สำหรับการหว่านอัตราต่ำ (5 กก./ไร่) ควรพ่นสารเคมีคุมด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหว่านหนาอาจไม่ต้องใช้สารเคมีก็ได้

แมลงศัตรูที่สำคัญ

1. หนอนแมลงวันเจาะลำต้น เริ่มทำลายตั้งแต่ถั่วเขียวมีใบจริงคู่แรก ตัวหนอนจะไชชอนและกัดกินภายในลำต้น ในแหล่งที่ปลูกเป็นประจำควรปลูกถั่วเขียวให้เร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดการป้องกันกำจัดด้วยสารเคมีกำจัดแมลง ควรพ่นด้วยสารประเภทดูดซึม เช่น คาร์โบซัลแฟน 20% อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร


หนอนแมลงวันเจาะลำต้น

2. หนอนเจาะดอกและฝัก เป็นแมลงที่สำคัญที่สุดของถั่วเขียวผิวมันและผิวดำในปัจจุบันทำให้ผลผลิตเสียหายเกือบ 100% ตัวหนอนไชชอนเข้าไปกัดกินภายในดอกและฝัก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการป้องกัน ฉะนั้นในแหล่งที่มีแมลงศัตรูนี้ระบาดอยู่เป็นประจำควรหมั่นดูแลถั่วอยู่เสมอโดยเฉพาะในระยะออกดอก หากพบการทำลายเฉลี่ยมากกว่า 1 ดอกต่อถั่ว 1 ต้น ควรพ่นด้วยโมโนโครโตฟอส 56% อัตรา 40-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือไซฮาโลทริน แอล 5% อัตรา 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

การเก็บเกี่ยว

ควรเก็บเกี่ยวเมื่อมีฝักแก่ 90% ซึ่งถั่วจะมีอายุประมาณ 77-80 วัน ไม่ควรทิ้งไว้ในแปลงนานจะทำให้คุณภาพต่ำและติดเชื้อรา ซึ่งเมื่อนำไปเพาะเป็นถั่วงอกแล้ว ทำให้ถั่วงอกเน่า

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว พิษณุโลก 2 ไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิปกติได้นานถึง 10 เดือน โดยความงอกไม่เปลี่ยนแปลง

แหล่งเมล็ดพันธุ์

ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท ตู้ ปณ. 9 จ.ชัยนาท 17000 โทร. (056) 411857

สถานีทดลองพืชไร่พิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทร. (055) 311368

สถานีทดลองพืชไร่ศรีสำโรง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร. (055) 681384

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชต่างๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ. ชัยนาท โทร. (056) 411356

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จ.พิษณุโลก โทร. (055) 311618

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 15 จ. นครสวรรค์ โทร. (056) 221766

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

www.zheza.com

#1 By (125.27.167.165) on 2008-12-28 13:50

#2 By (118.173.244.91) on 2009-06-12 13:20

sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#3 By (58.8.195.26) on 2009-09-22 19:18

ขอบคุณคะ
big smile

#4 By (203.156.35.237) on 2009-09-27 17:10

ข้อมูลดีๆๆๆ

ทำงงานวิจัยอยู่ค่ะ

#5 By มีน จังกิ (202.28.62.245) on 2010-05-13 15:06

ข้อมูลดีๆๆๆ ขอบคุณมากๆ

ทำงานวิจัยอยู่ค่ะ

#6 By มีน จังกิ (202.28.62.245) on 2010-05-13 15:09

ข้อมูลดีๆๆๆ ขอบคุณมากๆ

ทำงานวิจัยอยู่ค่ะ

#7 By มีน จังกิ (202.28.62.245) on 2010-05-13 15:09

embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#8 By 856456 (110.168.23.105) on 2010-05-17 19:29

*-*-**-*--

#9 By (118.172.203.156) on 2010-05-26 09:23

ทำโครงงานยุค่ะ

ข้อมูลดีๆๆทั้งนั้น

ขอบคุนมากนะค่ะdouble wink

#10 By (110.164.198.81) on 2010-06-14 11:55

embarrassed ไหนการปลูกถั่วเขียวwink angry smile

#11 By รานา (113.53.173.209) on 2010-06-20 09:13

ไหนการปลูกถั่วเขียว sad smile wink embarrassed angry smile

#12 By สาว (113.53.173.209) on 2010-06-20 09:16

ขะคุงมากาบ

ดัยควงรู่มากเยย

กาบ

#13 By (118.172.118.73) on 2010-07-02 17:03

อยากได้ข้อมูลความกว้างความยาวของใบอ่ะครับเเล้วก็ลำต้นน่ะครับ

#14 By GuNoom (202.183.141.238) on 2010-07-09 08:42

tongue confused smile open-mounthed smile

#15 By (115.87.90.231) on 2010-07-27 09:31

tongue sad smile question embarrassed

#16 By (182.232.114.110) on 2010-07-27 20:20

%3bolihop98u%2dy90p%5b

#17 By (118.173.65.52) on 2010-08-08 11:37

#18 By (125.26.101.172) on 2010-09-20 17:05

ชัยนาท 36 ชัยนาท 60 กำแพงแสน 1 กำแพงแสน 2 ถังละกี่บาทครับ และชัยนาจมีขายหรือครับ ผมอยู่อุทัยธานีครับ

#19 By เผ่าพันธ์ (118.172.199.124) on 2010-10-04 12:05

big smile confused smile sad smile angry smile

#20 By ----- (202.143.154.85) on 2010-10-10 15:17

ง่าส?

#21 By สวสม (202.143.154.85) on 2010-10-10 15:17

ง่าส?

#22 By สวสม (202.143.154.85) on 2010-10-10 15:19

ขอบคุณครับ

#23 By กรด (113.53.68.222) on 2010-10-11 02:57

dddddddddddddd.....สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ cry

#24 By นิ่งจัง (118.172.117.20) on 2010-11-04 20:43

อยากทราบปริมาณน้ำที่ถั่วเขียวต้องการครับ ต่อปี หรือต่อวัน หรือเดือนก็ได้ครับ

#25 By Peck (202.12.97.121) on 2010-11-27 11:43

ขอบคุณหลายๆ ว่าจะลองปลุกดูembarrassed

#26 By oo (49.229.235.48) on 2011-01-11 22:16

หาตัว R ให้เจอนะ
BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB
BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB
BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB
BBBBBBBBBBBBBBRBBBBBBBBBBBBBB
BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB
BBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBBB

#27 By อิ (58.10.147.157) on 2011-02-03 13:10

หาเลข 1 ให้เจอนะ
llllllllllllllllllllllllllllllll
llllllllllllllllllllllllllllllll
llllllllllllllll1lllllllllllllll
llllllllllllllllllllllllllllllll
llllllllllllllllllllllllllllllll

#28 By sdf (58.10.147.157) on 2011-02-03 13:11

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#29 By sdf (58.10.147.157) on 2011-02-03 13:21

lllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll1lllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

#30 By BaByza (58.10.147.157) on 2011-02-03 13:26

ขอบคุณค่าา
angry smile angry smile

#31 By ปอยจัง (202.143.165.130) on 2011-06-28 10:49

ผมต้องการปลูกถั่วเขียวเพื่อบำรุงดิน แต่ยังไม่เคยทำเกษตร อยากทรายว่า พันธู์ถั่วเขียวขายอย่างไรหมายความว่า เป็น กก.และจำนวนขั้นต่ำต้องซื้อจำนวนเท่าไร ราคาเท่าไร จะนำไปปลูกที่ อำเภอสูงเนิน จ.นครราชสีมา ที่ประมาณ 10 ไร่ ควรใช้พันธุ์อะไรครับ ถ้าเมล็ดพันธุ์ไม่แพงคงไม่หวังผลอะไร ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ

#32 By มนตรี วิศลดิลกพันธ์ (58.11.231.132) on 2011-07-27 22:48

tongue surprised smile confused smile big smile

#33 By ฟหกฟหกฟ (103.7.57.18|182.53.118.16) on 2012-08-01 16:17