การปลูกถั่วลิสง

posted on 08 Sep 2008 17:38 by mygirl121

การปลูกถั่วลิสง

ถั่วลิสงเป็นพืชน้ำมันที่มีอายุสั้น ใช้ประโยชน์ในรูปเมล็ดสดและเมล็ดแห้ง พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกถั่วลิสงควรเป็นดินหน้าลึก การระบายน้ำดีไม่มีน้ำขัง หน้าดินไม่ควรแน่นหรือแข็งเมื่อแห้ง โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวเพราะจะทำให้ฝักขาดค้างอยู่ในดินมาก อุณหภูมิเฉลี่ยที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตประมาณ ๓๐ องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิต่ำกว่านี้ถั่วลิสงจะงอกช้ากว่าปกติ การขาดน้ำในระยะที่ถั่วลิสงอยู่ระหว่างการแทงเข็มและสร้างฝัก จะมีผลกระทบต่อผลผลิตมากที่สุด

พันธุ์

สข.๓๘ เก็บเกี่ยวฝักสดเมื่ออายุ ๘๕ - ๙๐ วัน อายุถึงวันเก็บเกี่ยวฝักแก่เต็มที่ ๙๕ - ๑๐๕ วัน เส้นลายบนฝักและจะงอยฝักเห็นได้ชัดเจนเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ใช้ประโยชน์ในรูปฝักสด

ไทนาน ๙ อายุเก็บเกี่ยว ๙๕ - ๑๑๐ วัน เส้นลายบนฝักไม่ชัด (ฝักเรียบ) จะงอยฝักเห็นได้ชัดเจนมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู ผลผลิต (ฝักแห้ง) ในฤดูฝน ๒๓๖ กก./ไร่ และฤดูแล้ง ๒๙๓ กก./ไร่ ใช้ประโยชน์จากเมล็ดแห้งกะเทาะเปลือกและฝักต้มอบ

ขอนแก่น ๖๐ - ๑ อายุเก็บเกี่ยว ๙๕ - ๑๐๕ วัน เส้นลายบนฝักเห็นได้ชัดเจน แต่จะงอยฝักไม่เด่นชัด ผลผลิต ๒๕๐ กก./ไร่ ในฤดูฝนและ ๓๐๓ กก./ไร่ ในฤดูแล้ง ใช้ประโยชน์จากเมล็ดแห้งกะเทาะเปลือก

ขอนแก่น ๖๐ - ๒ อายุเก็บเกี่ยวฝักสด ๘๕ - ๙๐ วัน อายุถึงวันเก็บเกี่ยวฝักแก่เต็มที่ ๙๕ - ๑๐๕ เส้นลายบนฝักและจะงอยฝักเห็นได้ชัดเจน สำหรับต้มสด ผลผลิตฝักสด ๕๗๒ กก./ไร่ ฝักแห้ง ๒๖๖ กก./ไร่

ขอนแก่น ๖๐ - ๓ เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ ๑๑๐ - ๑๒๐ วัน เมล็ดมีการพักตัวประมาณ ๖๐ วันหลังเก็บเกี่ยว เยื่อหุ้มเก็บเกี่ยว เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูและส้มอ่อนผลผลิตฝักแห้ง ๓๗๘ กก./ไร่ ใช้ประโยชน์จากเมล็ดแห้งกะเทาะเปลือก

ขอนแก่น ๔ อายุเก็บเกี่ยว สำหรับต้มฝักสด ๘๕ - ๙๕ วัน อายุเก็บเกี่ยวสำหรับฝักแห้งและกะเทาะเปลือก ๙๕ - ๑๐๐ วัน เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูเข้ม เห็นเส้นลายฝักได้ชัดเจน ผลผลิตฝักสด ๕๖๘ กก./ไร่ผลผลิตฝักแห้ง ๒๗๐ กก./ไร่ ใช้ประโยชน์ทั้งในรูปฝักต้ม ฝักอบ และเมล็ดแห้งกะเทาะเปลือก

ขอนแก่น ๕ อายุเก็บเกี่ยว ๘๕ - ๑๑๕ วัน เห็นเส้นบนลายฝักชัดเจน เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูเข้ม ผลผลิตฝักแห้ง ๓๐๔ กก./ไร่ ใช้ประโยชน์จากเมล็ดแห้งกะเทาะเปลือก

การเตรียมดิน

ควรไถพรวนดินก่อนปลูกเพื่อกำจัดวัชพืชและทำให้ดินร่วนซุยเหมาะต่อการงอก โดยไถดินลึกประมาณ ๑๐ - ๒๐ ซม. แล้วพรวนย่อยดินให้เหมาะต่อการปลูก

การปลูกถั่วลิสงในฤดูแล้งโดยใช้น้ำชลประทาน ควรยกร่องปลูกเพื่อสะดวกในการให้น้ำ ความกว้างของสันร่องขึ้นอยู่กับเนื้อดิน ถ้าเนื้อดินแน่นควรใช้ร่องแคบ สันร่องกว้างประมาณ ๖๐ - ๙๐ ซม. ปลูกถั่วลิสงได้ ๒ แถว หากดินระบายน้ำดีอาจขยายขนาดร่องให้กว้างขึ้นได้ถึง ๑.๕ ม.

การปลูกหลังนาโดยอาศัยความชื้นในดินและไม่มีการให้น้ำนั้นเงื่อนไขคือ ต้องมีระดับน้ำใต้ดินอยู่ตื้นและมีปริมาณพอต่อการเจริญเติบโตตลอดอายุ การเตรียมดินจะทำหลายครั้งเพื่อให้หน้าดินละเอียด เพื่อลดการระเหยน้ำจากดิน และเหมาะแก่การลงเข็มของถั่วลิสง

การเตรียมเมล็ดพันธุ์

เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ควรมีความงอกไม่ต่ำกว่า ๗๐% ควรกะเทาะเมล็ดแล้วปลูกภายใน ๑ เดือน เมล็ดที่ใช้สำหรับปลูกในสภาพอาศัยความชื้นในดิน ควรเป็นเมล็ดไม่เพราะต้องแช่น้ำก่อนปลูก ๔ - ๕ ซม. ให้งอกติ่งรากก่อนจึงใช้ปลูก จะช่วยให้เมล็ดงอกเร็วขึ้นและสม่ำเสมอดีกว่าใช้เมล็ดไม่ได้แช่น้ำก่อน การปลูกสภาพนี้ใช้เมล็ดมาก ควรคลุมเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคแซบ (ไดเทน M ๔๕) อัตรา ๓ กรัม/เมล็ด ๑ กก. หรือ เบโนมิล ( เบนเลท ) ผสมคาร์บอกซิน (ไวตาแวคซ์ ) อัตรา ๓+๔ กรัม/เมล็ด ๑ กก. หรือริโดมิล MZ ๗๒ อัตรา ๓ กรัม/เมล็ด ๑ กก. การคลุกเมล็ดไม่ควรใช้สารชนิดเดียวกันติดต่อกันหลายฤดูเพราะเชื้อราจะดื้อยาได้ ตามปกติอัตราเมล็ดพันธุ์กะเทาะแล้วที่ใช้ปลูกประมาณ ๑๕-๒๐ กก./พื้นที่ ๑ ไร่

สำหรับพันธุ์ขอนแก่น ๖๐-๓ เมล็ดระยะพักตัวประมาณ ๖๐ วันหลังจากเก็บเกี่ยว ก่อนปลูกจึงต้องคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารอีเทรล ๓๙.๕% จำนวน ๒ ซีซี. ผสมน้ำ คลุกเมล็ด ๓๐-๓๕ กก. ทิ้งไว้ ๑๘ ซม.

ฤดูปลูก

๑.ต้นฤดูฝน ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม เก็บเกี่ยวประมาณเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม

๒.ปลายฤดูฝน ปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

๓.ฤดูแล้ง

-ปลูกโดยอาศัยน้ำชลประทาน ปลูกในเดือนธันวาคม-ต้นเดือนมกราคา เก็บเกี่ยวในเดือนเมษายน-พฤษภาคม

-ปลูกโดยอาศัยความชื้นที่เหลือในดิน ปลูกในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

การปลูก

เพื่อให้เมล็ดงอกอย่างสม่ำเสมอ ควรฝังเมล็ดลึกประมาณ ๒ นิ้วการปลูกระยะแถวห่าง ๓๐ ซม. ต้นถั่วจะคลุมพื้นที่ได้เร็วและแข่งขันกับวัชพืชได้ดีกำจัดวัชพืชครั้งเดียวก็พอ หากมีวัชพืชมากต้องกำจัดวัชพืช ๒ ครั้ง ซึ่งทำได้ไม่สะดวก ควรปลูกระยะแถวห่างขึ้นคือ ๔๐-๕๐ ซม.ช่วยให้กำจัดวัชพืชได้สะดวกขึ้น ระยะระหว่างหลุม ๒๐ ซม. จำนวน ๒-๓ ต้น/หลุม

สำหรับการปลูกโดยอาศัยความชื้นในดิน ระยะระหว่างรอยไถ ๒๕-๓๐ ซม. หยอดเมล็ดในร่องไถห่างกัน ๑๐-๑๕ ซม.

การกำจัดวัชพืช

การกำจัดวัชพืชด้วยแรงงานคนโดยใช้จอบดายหญ้า ควรรีบทำขณะที่วัชพืชยังเล็กอยู่ในช่วง ๑๕-๒๐ วัน หลังจากนั้นถ้ามีวัชพืชงอกขึ้นมาอีกควรกำจัดวัชพืชอีกครั้งในช่วง ๓๐-๔๕ วัน ในระยะนี้ต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวังมิให้กระทบกระเทือนกับการลงเข็ม

สำหรับการใช้สารเคมี อาจใช้สารฟลูอาซิฟอบ-พารา-บิวทิล (วันไซด์ซูเปอร์), คลีโธดิม (ซีเลคท์), อิมาเซททาพอร์ (เปอร์ซูท) พ่นหลังถั่วลิสงและวัชพืชงอกแล้วโดยพ่นขณะที่วัชพืชมีใบจริง ๒-๖ ใบและไม่ควรพ่นเมื่อถั่วลิสงมีใบจริงเกิน ๓ ใบ

การใส่ปุ๋ย

ถ้าดินเป็นกรด pH ต่ำกว่า ๕.๕ ควรมีการใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินก่อน โดยทั่วไปดินทรายใช้ปูนขาวอัตรา ๑๐๐-๑๐๕ กก./ไร่ และ ๒๐๐-๕๐๐ กก./ไร่ ในดินเหนียว โดยใส่ก่อนปลูก ๑-๒ สัปดาห์แล้วพรวนดินกลบ ปูนขาวนอกจากจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินแล้วยังให้ธาตุแคลเซียม ซึ่งทำให้ถั่วลิสงมีเมล็ดโตและสมบูรณ์นอกจากปูนขาวแล้วอาจใช้ยิปซัมเป็นแหล่งให้ธาตุแคลเซียมก็ได้ โดยใช้ในอัตรา ๕๐-๑๐๐ กก./ไร่ โดยใส่ข้างแถวปลูกในระยะที่ถั่วลงเข็ม (๔๐-๔๕ วันหลังงอก)

การใส่ปุ๋ยเคมีให้พิจารณาจากชนิดดิน ดังนี้

-ดินเหนียวหรือดินร่วนเหนียวใช้ปุ๋ยสูตร ๐-๖-๐ หรือ ๓-๙-๐

-ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ใช้ปุ๋ยสูตร ๓-๖-๓ หรือ ๓-๙-๖ หากจะหาซื้อจากท้องตลาดก็ควรใช้สูตร ๑๒-๒๔-๑๒ อัตรา ๒๕ กก./ไร่

การป้องกันและกำจัดโรค

โรคที่สำคัญและทำลายผลผลิตของถั่วลิสงมีดังนี้

เมล็ดเน่า โคนเน่าขาด ใช้แคปตาโฟล (ไดโฟลาแทน) หรือไธแรม (เทอร์ซาน) ๒ ช้อนชา คลุกเมล็ด ๑ กก.

ใบจุดและราสนิม แนะนำให้ใช้คลอโรธาโลนิล (ดาโคนิล) หรือใช้เดลซีน -MX (สารผสมเบโนมิล กับ แมนโคเซ็บ) ๒-๓ ช้อนแกงผสมน้ำ ๒๐ ลิตร ฉีดพ่นทุก ๗-๑๔ วัน หากพบว่าโรคใบจุดดื้อยาให้เปลี่ยนใช้สารเคมีชนิดอื่น

ฝักเป็นแผล เป็นหูดจากไส้เดือนฝอย แนะนำให้ใช้ เท็มมิค ๑๐ G (อัลดิคาร์บ) หรือ คาร์โบฟูราน (ฟูราดาน ๓ G) โรยก้นหลุมหรือรอบหลุมแล้วคราดกลบ สารทั้ง ๒ ชนิดนี้อาจทำให้ขอบใบพืชไหม้แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเอง

การป้องกันและกำจัดแมลง

แมลงศัตรูที่สำคัญและนำความเสียหายอย่างรุนแรงสำหรับถั่วลิสงได้แก่

เสี้ยนดินและปลวก พ่นระหว่างแถวถั่วลิสงเมื่อถั่วลงเข็ม และพ่นอีกครั้งหลังจากนั้น ๒ สัปดาห์ ด้วยสารฆ่าแมลง คลอร์ไพริฟอส( ลอร์สแบน ๔๐ EC) หรืออาจใช้คารโบฟูราน ( ฟูราดาน ๓ % G ) โรยพร้อมกับปุ๋ยข้างแถวถั่ว หลังดายหญ้าครั้งที่ ๒ หรือเมื่ออายุ ๓๐-๓๕ วัน ควรแบ่งใส่ ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ ๓๐-๓๕ วัน และครั้งที่ ๒ เมื่อถั่วลิสงอายุ ๖๐-๖๕ วัน

การเก็บเกี่ยว

ในกรณีที่เก็บฝักแห้ง ถั่วลิสงที่เมล็ดแก่จัด สีของผนังเปลือกฝักด้านในจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและน้ำตาลดำ เปลือกหุ้มเมล็ดมีสีตามพันธุ์สุ่มถอนต้นถั่วจากหลายจุดในแปลงเมื่อพบฝักแก่ ๖๐-๘๐% ก็เก็บเกี่ยวได้ ควรถอนและปลิดฝักให้เสร็จเป็นแปลง ๆ หลังปลิดฝักแล้วรีบทำให้แห้ง ควรนำฝักไว้ในที่โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ โดยเทฝักลงบนผ้าพลาสติกหนา เกลี่ยฝักแต่ละกองให้บางที่สุด หากปลิดไม่ทันในวันที่ถอนให้เรียงต้นถั่วถอนขึ้นมาไว้เป็นแถว หงายด้านฝักขึ้น ไม่กองสุมต้นถั่วที่ยังไม่ปลิดฝักเพราะจะทำให้เกิดเชื้อราที่ฝัก ได้เมล็ดมีคุณภาพต่ำ

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

หลังจากลดความชื้นเมล็ดให้อยู่ในระดับ ๗-๘ % แล้ว ถั่วลิสงควรจะเก็บรักษาไว้ในสภาพฝักและจะกะเทาะเมล็ดก่อนปลูก ๑ เดือน อายุการเก็บรักษาในสภาพไม่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์จะขึ้นอยู่กับคุณภาพเบื้องต้นของเมล็ดพันธุ์ หากความงอกเริ่มต้นของเมล็ดหลังเก็บเกี่ยวอยู่ในระดับต่ำ เปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดชุดนั้นจะลดลงอย่างรวดเร็ว

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

embarrassed sad smile confused smile big smile

#2 By (118.173.32.78|118.173.32.78) on 2014-07-31 16:26